อาหารเสริมของร่างกาย

แมกนีเซียม

   กล่าวแล้วว่าการทำงานของกล้ามเนื้อคือการหดตัว ในระยะพักกล้ามเนื้อจะคลายตัวออก เวลาเราต้องการใช้กล้ามเนื้อทำงาน มัดกล้ามจะหดตัวลง การเลื่อนเข้าออกของมัดกล้ามที่ ลื่น เรียบ ไม่ติดขัด จึงมีความจำเป็นต่อประสิทธิภาพของการทำงานของกล้ามเนื้อ ในกรณีการเคลื่อนตัวของกล้ามเนื้อจำเป็นต้องมีเกลือแร่แมกนีเซียมเอาไว้หล่อลื่น

ในความเป็นจริง แมกนีเซียมในร่างกายจะอยู่ในกล้ามเนื้อลายซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ของร่างกายถึง 20% หากร่างกายขาดแมกนีเซียมก็เหมือนกับว่ากล้ามเนื้อไม่มีน้ำมันหล่อลื่น กล้ามเนื้อก็จะเกร็งตัวง่าย ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นประจำ

ดังนั้นในแต่ละวันจะเป็นที่เราต้องได้รับแมกนีเซียมเพียงพอ แมกนีเซียมหาได้จากอาหารประเภท เครื่องเทศ ผลไม้เปลือกแข็ง ธัญพืช กาแฟ โกโก้ ชา และผักใบ เช่นผัก ปวยเล้ง

และศัตรูตัวร้ายของแมกนีเซียม ที่จะทำให้ระดับแมกนีเซียมในร่างกายหายไปได้เกือบหมดได้แก่ แอลกอฮอล์ ดังนั้นการดื่มเหล้าจะทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของคุณมีปัญหาได้ง่ายๆ

หากคุณมีอาการปวดหลังหรืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นตึง ควรกินแมกนีเซียมในรูปของโดโลไมท์

ไอโซฟลาโวน

   ไอโซฟลาโวนเป็นสารสกัดจากถั่วเหลือง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแรง มีผลต่อการดูดซึมของแคลเซียมโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากในวัยนี้ฮอร์โมนเพสหายไป การดูดซึมของแคลเซียมในระดับลำไส้ไม่ดีเลย ดังนั้นโอกาสที่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อตึงตามตัว เส้นเอ็นยึด การใช้ไอโซฟลาโวนจะช่วยได้

หากไม่อยากกินไอโซฟลาโวน แนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลืองวันละ 1 แก้ว สม่ำเสมอไปเรื่อยๆ ก็ใช้แทนกันได้

สำหรับปริมาณของไอโซฟลาโวนคือ เม็ดละ 30 มก. ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร

แคลเซียม

แคลเซียม เป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะในโยเกิร์ตเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายจึงสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย มีสรรพคุณที่ช่วยลดความอ้วน บำรุงผิวพรรณให้สดใส ไม่เหี่ยวย่นหมองคล้ำ บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงเพิ่มความหนาแน่นให้กระดูก สามารถช่วยป้องกันอาการปวดหลัง ปวดเอว โรคเบาหวาน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ โลหิตจาง โรคมะเร็ง ควบคุมคลอเรสเตอรอลในเลือดได้ดี ดังนั้นคนที่รับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำคุณจึงมั่นใจได้ว่าเมื่อรับประทานโยเกิร์ตแล้วจะช่วยให้มีสุขภาพดีและคงความหนุ่มสาวได้ดียิ่งขึ้น

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุด อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งช่วยให้เยื่อหุ้มเซลล์สมองคงความยืดหยุ่นพอดี ที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนและสารอาหารสำคัญมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเค รวมทั้งวิตามินบีรวมและกรดโฟลิก ที่เรียกได้รวมคุณประโยชน์มากมายไว้ในลูกเดียว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของร่างกาย ที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี บำรุงกระดูกช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ป้องกันโรคเหน็บชา อาการปวดหลัง โรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง ใช้ลดน้ำหนักได้ดี ดังนั้นคนจึงนิยมมาสกัดเพื่อใช้ประทินผิวและอาหารเสริมบำรุงร่างกาย

ผักและพืชสมุนไพรบางชนิด เช่น มะเขือเทศ กานพูล มิ้นต์ พีแคน วอลนัท เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน พบว่ามีการให้สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายนำมาใช้ได้มากขึ้นเมื่อนำมาสกัด เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน วิตามิน และไขมันชนิดดีที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานกระดูก และเซลล์สมอง ป้องกันโรคกระดูกพรุน อาการปวดหลัง บำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง บำรุงสมอง และลดการสะสมโฮโมซิสเตอีนเป็นพิษ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความทรงจำได้

เครื่องดื่มผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ และ ชาเขียว ต่างก็มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ชรา ผิวหนังชุ่มชื้น ลดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างประสิทธิภาพ ป้องกันฟันผุและเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงอาการปวดหลังและข้อกระดูกต่างๆ ลดระดับคอเลสตเอรอลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และที่สำคัญช่วยบำรุงสมองทำให้ความจำดี ปัจจุบันจึงได้มีการคัดสรรผลไม้กลุ่มเบอร์รี่มาผ่านกระบวนการสกัดเพื่อให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นในรูปแบบเครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนซ์ อย่างไรก็ดี การเลือกรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระเพื่ออาหารเสริมของร่างกาย ก็ต้องควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำเกิดอาการปวดหลัง ปวดข้อ ความจำเสื่อม ไขมันสูง เบาหวาน มะเร็งฯลฯ จึงจะเป็นการเสริมสุขภาพองค์รวมที่ดี

ดังนั้นการใช้โดโลไมท์ที่มี แคลเซียม 130 มก. และแมกนีเซียม 78 มก. อยู่ในเม็ดเดียวกัน โดยกินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้มาก