การตรวจโครงสร้างด้านข้าง

   ในบทความนี้เราจะมาตรวจสมดุลด้านข้างกันบ้าง ตรวจดู 5 จุดเดิมว่าอยู่ในแนวตรงกันจริงหรือไม่ จินตนาการเหมือนเส้นเชือกแขวนอยู่ แล้วนำตัวผู้ป่วยไปยืนเทียบด้านข้าง ถ้าระดับหู ไหล่ สะโพก เข่า ข้อเท้า อยู่ในเส้นเชือกก็แสดงว่าเป็นโครงที่ดี แต่ถ้ามีจุดใดจุดหนึ่งเบี่ยงออกนอกเส้นเชือก แสดงว่าจุดนั้นมีความผิดปกติต้องแก้ไขต่อไป ยังต้องตรวจแนวศีรษะและคอว่าบิดหมุนหรือไม่ ดูหน้าอกและสะบักว่าบิดหมุนไหม ถ้าบิดกมุนจะเห็นสะบักข้างหนึ่งนูนขึ้นมากกว่าอีกข้างหนึ่ง สะโพกและก้นเหลื่อมกันไหม ขาทั้งงสองข้างทาบกันสนิทหรือมีการเหลื่อมที่มองเห็นได้ ควรตรวจดูสิ่งเหล่านี้ให้ครบถ้วน การผิดเพี้ยนของโครงสร้างแต่ละจุดจะบอกได้ว่าเกิดจากอะไร เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดก็นำมาประมวลผล การเบี่ยงเบนเหล่านั้นมีอะไรเป็นตัวการสำคัญ ต้องแก้ไขส่วนใดบ้าง หรือต้องแก้ไขส่วนใดเป็นพิเศษ และควรได้รับการแก้ไขก่อนหรือหลัง

   การตรวจโครงสร้างร่างกายโดยละเอียด ทำให้รู้ว่าควรปรับโครงสร้างร่างกายที่ตำแหน่งไหนและอย่างไร และยังเป็นการเปรียบเทียบการดีขึ้นของอาการปวดหลังได้อีกด้วย เพราะอาการปวดหลังจะสัมพันธ์กับโครงสร้างเสมอ เราอาจจะเคยเห็นกันว่าคนแก่ๆ เมื่อมีอายุที่มากขึ้นหลังก็จะค่อยๆ งองุ้มต่ำลง และมักจะบ่นปวดหลังอยู่เป็นประจำ นั่นก็เป็นอาการที่ส่งผลต่อโครงสร้างร่างกาย แสดงว่าเมื่อตอนที่มีอาการปวด ไม่ได้รับการรักษาตรงตามแผนที่ควรจะเป็น ทำให้โครงสร้างร่างกายผิดเพี้ยนไปมาก จุดสำคัญที่ใช้ดูโครงสร้างของร่างกาย คือ หู ไหล่ สะโพก เข่า และข้อเท้า

   ส่วนการตรวจแบบอื่นๆ ที่เป็นการตรวจเฉพาะที่นั้น จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ส่วนใหญ่แพทย์มักจะตรวจเหมือนกันแต่ใช้เวลาไม่มากนักเพราะไม่ได้เน้นจุดที่ปวดมาก แต่เน้นรักษษองค์รวม เช่น อาการปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็จะตรวจแค่ว่าใช่จริง ซึ่งอาจมีต้นเหตุมาจากอะไรก็แล้วแต่ว่าแพทย์แต่ละคนจะพิจารณา เมื่อปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายเสร็จแล้ว เอวตรงขึ้นหนือเปล่า อาการลดลงไหม นี่คือสิ่งที่แพทย์ควรสนใจมากกว่า